เตือนปิดเทอม ระวังเด็กจมน้ำและถูกสุนัขกัด

health news

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเตือนปิดเทอมหน้าร้อนผู้ปกครองต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ระวังเด็กจมน้ำและถูกสุนัขกัด เสี่ยงเสียชีวิต แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปีเป็นการปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็กประกอบกับประเทศไทยช่วงนี้มีอากาศที่ร้อนอบอ้าว เตือนผู้ปกครองต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดให้ระวังใน 2 เรื่องใหญ่ คือ การจมน้ำ เนื่องจากในช่วงปิดเทอม

เด็กๆมักนิยมไปเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน ซึ่งในปี 2560 พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 708 ราย เฉพาะในช่วงปิดเทอมคือมีนาคม-พฤษภาคม มีเด็กเสียชีวิตจากตกน้ำ จมน้ำสูงถึง 254 ราย ส่วนในปีนี้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 22 มีนาคม 2561 มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 26 ราย แหล่งน้ำที่พบบ่อย คือ แหล่งน้ำธรรมชาติ หนองน้ำ คลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำ รองลงมาคือสระว่ายน้ำ ดังนั้น ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก อย่าปล่อยเด็กเล่นน้ำตามลำพัง โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะเด็กวัยนี้ยังมีการทรงตัวไม่ดี ไม่มีความพร้อมในการป้องกันตนเอง จึงจมน้ำได้ง่าย แม้จะเป็นแหล่งน้ำใกล้บ้านหรือแหล่งน้ำที่คุ้นเคยหรือแหล่งน้ำที่มีน้ำเพียงเล็กน้อยก็ตาม สำหรับโรคพิษสุนัขบ้าเป็นอีกเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและใส่ใจ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค 22 มีนาคม 2561 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 18,968 ราย ดังนั้นผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเด็กเล็ก สอนให้เด็กปฏิบัติตามคำแนะนำ คาถา 5 ย เพื่อป้องกันการถูกสุนัขกัด ได้แก่ อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้านหรือที่ไม่ทราบประวัติ และเมื่อเด็กถูกสุนัข/ แมว กัดข่วนหรือเลียผิวหนังที่มีแผล ให้รีบล้างแผล ใส่ยา ไปพบแพทย์ และฉีดวัคซีนให้ครบอย่าประมาทถึงแม้จะเป็นสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงไว้ก็ตาม แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth