สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าคุณอาจจะ “ตกงาน”

news

ถ้าคุณรู้สึกว่าการเดินเข้าออฟฟิศในทุกวันบรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัด ขณะที่เจ้านายก็ไม่ค่อยเรียกใช้งาน มีเพื่อนร่วมงานบางคนทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของแผนก ไม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือแม้กระทั่งไม่ได้สิทธิเข้าเซอร์เวอร์กลางของออฟฟิศ จงอย่าปล่อยผ่านสัญญาณเหล่านี้ เพราะสิ่งที่คุณประสบนั้นยิ่งกว่าจิ้งจกร้องทัก ว่าหน้าที่การงานของคุณอาจจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นเรามาดูกันให้ละเอียดดีกว่าว่า สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่าคุณอาจอยู่ในลิสต์ให้ออกเพื่อปรับโครงสร้างของบริษัท

1. คุณได้รับการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานต่ำกว่าเกณฑ์

การประเมินผลงานจากหัวหน้างานที่ไม่ค่อยดีนั้นไม่ได้มีความหมายว่าคุณจะต้องโดนไล่ออกเสมอไป แต่นั่นอาจหมายถึงการส่งสัญญาณเตือนจากหัวหน้าของคุณ เพื่อให้คุณได้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของตนเอง การส่งสัญญาณในครั้งแรกยังพอมีโอกาสให้คุณได้ปรับปรุงตัว แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองนั่นหมายความว่า อาชีพการงานของคุณเริ่มที่จะสั่นคลอนเสียแล้ว

2. คุณถูกตัดออกจากกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ

ถ้าวันใดวันหนึ่ง คุณไม่ได้รับอีเมลแจ้งข้อความสำคัญในการทำงาน ไม่ได้รับนัดให้เข้าร่วมประชุมสำคัญ ถึงเวลานั้นคุณควรจะต้องรู้สึกได้ถึงความผิดปกติแล้วละ แม้ว่าบางเรื่องคุณอาจจะคิดว่าไม่มีอะไร แต่ในบางเรื่องที่เกี่ยวกับหัวหน้างานคุณควรมองให้ลึกว่าเป็นเพราะคุณไม่ได้รับความไว้วางใจที่จะทำงานร่วมกันหรือไม่

3. เมื่องานที่คุณได้รับมอบหมายคือสิ่งที่ไม่มีทางทำให้สำเร็จได้

งานที่ได้รับมอบหมายก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่คุณสามารถรับรู้ได้ว่า หน้าที่การงานของคุณยังมั่นคงอยู่ไหม ถ้างานที่คุณได้รับคืองานที่คุณเห็นแล้วว่า ไม่มีทางทำให้สำเร็จได้ ก็เท่ากับว่าคุณกำลังถูกจัดฉากเพื่อให้ผลการทำงานกลายเป็นการกล่าวโทษตัวคุณ เพราะบางบริษัทต้องการให้คุณออกจากตำแหน่งและพวกเขาต้องการหลักฐานยืนยันว่าคุณไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้คุณออกจากงานโดยไม่มีข้อโต้เถียง สถานการณ์แบบนี้คุณคงประเมินได้ไม่ยากว่า ควรจะอยู่ในบริษัทต่อไปหรือไม่

4. คุณถูกเจ้านายเตือนมากกว่าหนึ่งครั้ง

หากคุณทำงานผิดพลาด ไม่อยู่ในกฎระเบียบของบริษัท และถูกเจ้านายเตือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งคำว่า “อย่างเป็นทางการ” ในทีนี้หมายถึง การเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือ ถูกเรียกเข้าพบ นับว่าไม่เป็นการดีเลยสำหรับอนาคตในการทำงานของคุณกับบริษัทที่ทำอยู่ และถ้าคุณยังไม่ปรับปรุงตัวปล่อยให้เกิดความผิดพลาดและถูกเตือนเป็นครั้งที่สอง ครั้งต่อไป คุณก็เตรียมเก็บของออกจากออฟฟิศได้เลย

5. ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้านายไม่ค่อยดีนัก

ถ้าครั้งหนึ่งคุณเคยมี ความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านาย พูดคุยขอคำปรึกษากันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฎว่าความสัมพันธ์ที่เคยดีกลับเสื่อมลง แม้ว่าจะนั่งอยู่ในสำนักงานเดียวกันแต่ไม่ค่อยทักทายกัน หรือ ทักทายกันอย่างเสียไม่ได้ ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนั้นขอให้คุณจงรีบหาต้นเหตุว่าทำไม ความสัมพันธ์ที่เคยดีถึงได้เปลี่ยนไป เพราะเจ้านายของคุณอาจรู้สึกผิดหวังกับผลงานของคุณ หรือ เจอคนใหม่ที่ดีกว่าคุณและกำลังคิดหาทางให้คุณพ้นไปจากตำแหน่งอยู่ก็เป็นได้

6. คุณถูกสั่งให้ทำรายงานเกี่ยวกับเวลาทำงานหรือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำงาน

การถูกสั่งให้ทำรายงานเวลาเข้าออกงาน หรือ ค่าใช้จ่ายในที่เกิดขึ้นจากการทำงาน เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยถ้าหากคุณถูกสั่งให้ทำอยู่เพียงคนเดียว เพราะต่อให้คุณบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่องค์กรกำลังมองว่าคุณนั้นเริ่มเป็นส่วนเกินในงบประมาณของบริษัทไปแล้ว ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวขอให้คุณพิจารณาให้ดีว่าจะยังทนอยู่ต่อไป หรือ จะจากกันด้วยดี

7. ไม่มีงานให้รับผิดชอบเพิ่ม ขณะที่งานเดิมก็ไม่ได้รับความร่วมมือ

การบอกว่าคุณ ไม่เป็นที่ต้องการของบริษัทอีกต่อไปแล้วนั้น มีการแสดงออกทางอ้อมได้หลายทางและหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้คือ ไม่มอบหมายงานใหม่ๆให้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณคืองานเดิมๆ ที่ทำให้คุณมีเวลาว่างทั้งวันในการเล่นโทรศัพท์ เฟสบุ๊ค หรือ นั่งดูละครย้อนหลัง เหมือนจะดีใช่ไหมแต่สถานการณ์กลับแย่กว่าที่คุณคิดเพราะงานที่ทำอยู่เดิม ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานหรือ หัวหน้างาน และทำให้คุณยุ่งยากกว่าเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ลองเงยหน้ามาจากโทรศัพท์และดูความจริงดีกว่าว่า ตำแหน่งที่คุณอยู่นั้นยังมั่นคงอยู่หรือไม่

8. เมื่อคุณทำงานเป็นทีมไม่ได้ คุณอาจอยู่ในองค์กรลำบาก

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรที่คุณอยู่ และ ทำตัวคุณให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรดังกล่าว เมื่อมีการทำงานหรือการขอความร่วมมือใดๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิเลือก ดังเช่นถ้าคุณถูกถามจากฝ่ายบุคคลว่าสามารถเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อทำงาน หรือ เข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ คำถามนี้ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบว่า ได้ หรือ ไม่ได้ แต่เป็นคำสั่งที่ต้องทำ หากคุณคิดว่าเป็นคำถามและพาซื่อว่าตอบว่า “ไม่สามารถทำได้” ก็เท่ากับว่าเส้นทางของคุณในบริษัทดังกล่าวจบทันที

9. เมื่อคุณไม่เหลือทรัพยากรใดๆในมือ

ถ้าคุณอยู่ในระดับหัวหน้างาน คนที่เคยเป็นลูกน้องของคุณถูกจับให้ย้ายแผนก ถูกตัดงบประมาณ ถูกจำกัดในการเข้าถึงบริการของส่วนกลางบริษัท รวมไปถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณต้องการนำมาทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขอให้รู้ไว้เถอะว่า นายจ้างของคุณต้องการให้คุณออกจากงานแล้วละ

10. ปัญหาในการทำงานของคุณเกิดจากเจ้านายของคุณเอง

ถ้าคุณถูกเจ้านายถามหารายงานความคืบหน้าของงานที่คุณรับผิดชอบทุกสัปดาห์ คุณพบว่าเจ้านายคอยติดตามการทำงานของคุณทุกฝีก้าว บอกได้คำเดียวเลยว่า คุณจงรีบหางานใหม่เถอะ

11. คุณถูกตรวจสอบบ่อยครั้ง หรือ ถูกเพิกเฉยไปเลย

ไม่ว่าจะถูกตรวจสอบบ่อยครั้ง หรือ เจ้านายมองเราเป็นอากาศธาตุไปเลย ล้วนแล้วแต่เป็นสองสถานการณ์ที่ไม่ดีต่อการทำงานของคุณทั้งสิ้น เพราะทั้งสองทางทำให้คนทำงานรู้สึกอึดอัดใจ ตีความกันง่ายๆ ถ้าเจ้านายจู้จี้กับการทำงานของคุณมากไปก็เท่ากับว่าเขาไม่ไว้ใจคุณ แต่ถ้าเจ้านายเพิกเฉยกับคุณก็เท่ากับว่าเขาไม่ยอมรับคุณและไม่คิดที่จะให้โปรเจคใหม่ๆ แก่คุณ และถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งก็เท่ากับว่า เวลาของคุณในบริษัทใกล้หมดลงทุกที