บัตรกดเงิน : สมัครบัตรยังไงให้ธนาคารอนุมัติไว

news

บัตรกดเงิน : สมัครบัตรยังไงให้ธนาคารอนุมัติไว กรี๊ดดด อันที่จริงเจ๊ก็ไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับบัตรพวกนี้เล้ยเล้ยยยยเพราะกลัวอินักบุญการเงินมันจะมาด่าเจ๊ว่าทำให้คนเป็นหนี้ แต่เจ๊ไม่สนใจค่ะ เจ๊สวย อยากเล่าค่ะ ลูกเพจหลายคนก็มากระซิบที่หลังไมค์ว่าเล่าให้ฟังเรื่องบัตรเครดิตและเม้าท์เรื่องการใช้เงินใช้ทองแบบคนฉลาดๆให้ฟังหน่อยยยย เจ๊ทนไม่ได้ค่ะ ลูกเพจหล่อมาก มาอ้อนวอนขนาดนี้ก็เลยต้องจัดให้นะค่ะเธอว์ๆๆๆๆ

ทำไมหล่อนถึงอยากมีบัตรเครดิตกันย่ะ?
เท่าที่เจ๊สังเกตพวกลูกหาบแมงดาห่าหอยหลายๆนางมีวัตถุประสงค์การใช้บัตรไม่เหมือนกัน ด้วยจำนวนส่วนมากที่พอจะนับได้ก็มีวัตถุประสงค์หลักในการใช้เงินอนาคตไปกับการซื้อของผ่อนชำระสินค้าที่ราคาแพง ดังตัวอย่างเช่น ไปทำคอร์สโบท็อกเพราะกลัวไม่สวย ซื้อตู้เย็นตู้กับข้าว ซื้อมือถือเอาไว้แช็ทกับผ่องเพื่อนบุรุษ ตุ๊ด และ ชะนี ยังมีอีกสารพัดที่เจ๊นึกไม่ออก กลุ่มต่อมาก็คือพวกที่ เอาไว้หักรายจ่ายทั่วไปที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว อารมณ์ว่า เดี๋ยวอิพวกบิล ค่าน้ำ (น้ำประปานะยะห้ามทะลึ่ง) ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าห่า ค่าเหว ที่พวกหล่อนต้องจ่ายอยู่แล้วเป็นรายเดือนมันจะมาเก็บ พวกหล่อนก็มองว่าการตัดบัตรนสบายดีที่ไม่ต้องไปวิ่งวุ่นวายจ่ายทีละอันกับเรื่องพวกนี้ ก็ตัดแม่มผ่านบัตรไปเลยดีกว่า สวยๆ และสุดท้ายก็คือพวกที่มีเงิน รวย และดันหมุนเงินเก่งสัส ไม่จ่ายอะไรออกไปจากชีวิตก่อนง่ายๆ เขี้ยวลากดิน คล้ายๆอิพวกทำธุรกิจแล้วเก็บเงินสดไว้ก่อนจนวันปลอดดอก (ดอกเบี้ย) หมดไปค่อยเอาเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ ภาษาที่อิพวกนักลงทุนตัวแม่เขาเรียกกันคือ อิพวกนี้มีแคชไซเคิลติดลบ มีกลุ่มอื่นอะไรอีกหล่อนๆก็ลองสำรวจดูแล้วมาบอกเจ๊ด้วยนะคะ เจ๊ไม่ค่อยอยากให้พวกหล่อนเป็นกลุ่มแรกกันเลย ขอร้องจริงๆเจ๊ขอร้อง ไม่อยากให้ใครติดหนี้ พอพวกหล่อนติดหนี้ก็ชอบมาใช้บริการเจ๊ โทรมาทั้งวันทั้งคืน “เจ๊ครับ รักเจ๊” เจอแบบนี้รู้เลยจะมายืมเงินไปจ่ายบัตร ระวังจะเจอมุก “ฮัลหราาา ใครอ่ะ ไม่ได้ยินเลย สัญญาณไม่ดี” หนี้สินนะค่ะพวกหล่อน เพลาๆ แต่หัดมาบริหารเงินให้มัน เบิ้มๆ กันเถอะ บัครเครดิต

สมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้อนุมัติไว
พวกหล่อนต้องเข้าใจพื้นฐานหรือ พริ้นซิเพิ่ล ของธนาคารก่อนนะค่ะ ธนาคารเนี่ยมันเป็นองค์กรที่ไม่ค่อยจะช่วยเหลือหล่อนตอนที่หล่อนต้องการเงินหรอก เพราะชีวิตหล่อนมีความเสี่ยงต่อการปล่อยกู้เมื่อไหร่ เขาก็ไม่ปล่อยหรอกย่ะ ไม่รู้ปล่อยไปจะเป็นหนี้เน่าเปล่า ธนาคารมันหากำไรนะคะ อะไรไม่กำไรมันไม่ปล่อยหรอกเธอว์ ในทางกลับกันถ้าหล่อนไม่ต้องพวกวงเงินการเมื่อไหร่ แบบว่า สวยและรวยมากเรียบร้อยแล้ว ธนาคารถึงจะมารุมข่มขืนหล่อนทางโทรศัพท์เพื่อขายประกันและบัตรเครดิตนะยะ คนสวยๆรวยๆอย่างเจ๊แม่มวันๆรับโทรศัพท์จนหูชาเลยค่ะ จนตอนนี้เจ๊ไปนั่งไล่ปิดบัตรเต็มไปหมดเลย เอาไว้เดี๋ยวเจ๊ว่างๆจะมารีวิวเรื่องอะไรแบบนี้ให้ฟังเรื่อยๆนะคะ เมื่อรู้อย่างงี้แล้วหล่อนก็พอจะเดาได้แล้วใช่ไหมว่าธนาคารจะอนุมัติบัตรให้หล่อนง่ายๆเร็วๆได้ยังไง

1. หล่อนต้องทำตัวขาวสะอาด ไม่มีหนี้มาก่อน สวยใสแบบมีพรมจรรย์ทางการเงินเนี่ย มันทำให้หล่อนดูดีมีสกุลรุนชาตินะยะ พอธนาคารเห็นหล่อนไม่มีหนี้สินมาก่อนเขาก็มองแล้วว่าน่าคบหา หรือถ้าหล่อนเคยมีหนี้มีสินและมีประวัติทางการเงินที่ดี รูดไปรูดมาแล้วจ่ายเงินคืนครบ ไม่เคยเบี้ยวหนี้ จ่ายหมดยกเซ็ต มันก็ทำให้เขามองว่าหล่อนมีวินัยทางการเงินดี แต่ถ้าหล่อนมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตัวเองที่ไม่ดีนัก แบบแว่… ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ฟ้องล้มละลายกุสิ ธนาคารมันก็จะไม่ไว้วางใจหล่อนแล้ว บางทีเขาก็จะส่งชื่อหล่อนไปให้เครดิตบูโร แฉประวัติค้างชำระหล่อนให้รู้ทั่วกันในหมู่สถาบันการเงิน หล่อนไปขอกู้ที่ธนาคารอื่นเขาก็รู้กันหมดล่ะค่ะ พวกธนาคารถึงเขาจะเป็นคู่แข่งกันแต่เรื่องหนี้สินของลูกค้านี่มันขับไล่ไสส่งรวมกันนะยะ จะสมัครบัตรได้เร็วๆประวัติหล่อนต้องดี เตรียมพร้อมก่อนนะคะ

2.รายรับเลิศๆของหล่อนเอามาโชว์ซะ อย่างที่เจ๊บอกนะคะว่าธนาคารเขาจะคบหล่อนถ้าหล่อนมีเงิน ถ้าหล่อนไม่มีเงินใครจะไปปล่อยกู้ให้ยะ ปล่อยไปแล้วไม่มีเงินมาคืนนี่เอาไปใช้เองไม่ดีกว่าหรอ แอร้ยยยย พูดตรงใจชาวธนาคารชิมิคะ เรื่องนี้พวกหล่อนต้องเข้าใจธนาคารด้วย นอกจากประวัติทางการเงินที่ดี หล่อนต้องมีรายได้ที่ให้เขาเห็นว่าหล่อนมีมากพอที่จะชำระหนี้ได้ ถ้าเจ๊ยกให้เห็นภาพนะคะ อันที่หนึ่ง เขาจะดูรายได้หล่อนก่อน หล่อนอาจจะมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน อันที่สอง เขาจะดูต่อว่าหล่อนมีหนี้คงค้างในชีวิตที่ต้องผ่อนจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ผัวเก่าเจ๊ที่เคยทำงานธนาคารบอกว่าหล่อนควรจะมีหนี้ไม่เกิน 70-80% ของรายได้ ไม่งั้นเขาจะมองว่าหล่อนเสี่ยงต่อโรคหนี้ค่ะ เช่นถ้าหล่อนต้องผ่อน 10,000 บาทต่อเดือน ธนาคารก็ยังยินดีที่จะอนุมัติบัตรค่ะ หล่อนยังสวย แต่ทว่าถ้าหล่อนมีหนี้บานเบ่อ แบบต้องจ่ายห่าเหวถึง 42,000 บาทต่อเดือน อันนี้ธนาคารก็คิดแล้วคิดอีกที่จะปล่อยนะยะ ถ้าหล่อนกระสันอยากจะได้บัตรเครดิตจริงๆ หล่อนต้องหารายรับเลิศมาเพิ่มเพื่อให้ธนาคารได้เห็นว่าหล่อนน่ะ มีตังใช้หนี้ได้ สลิปเงินดือนเตรียมเลยค่ะ… อาชีพอิสระทั้งหลายหล่อนก็เอาใบภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาให้เขาดูว่ารายได้หล่อนเป็นยังไง

3. ทำตัวให้ธนาคารรู้จักว่าหล่อนมีเงินเยอะ บางทีหล่อนก็อาจจะไม่มีรายได้หรือกระแสเงินสดมากนัก แต่ถ้าหล่อนมีบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นหลักประกันในชีวิตให้เขาเห็นว่าหล่อนมีเงิน มันก็จะช่วยทำให้เขาพอจะเห็นได้ว่าหล่อนมีเงินจ่ายคืน แน่สิ ถ้าหล่อนไม่มีรายได้เยอะอะไรแต่หล่อนมีเงินในบัญชีซัก 100 ล้าน โธๆๆๆๆ เธอข๋าใครๆก็อยากคลานเข่ามาคุยกับเธอเพื่อให้เธอใช้เงินซื้อของเขาละคะ ธนาคารเขาก็ดูตรงนี้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆหล่อนอยากจะสมัครบัตรเครดิตหล่อนไปยืมเงินชาวบ้านมา 100 ล้าน ใส่บัญชีธนาคารแล้วสมัครทันทีนะคะ ธนาคารเขาจะสงสัยที่มาของเงินทันทีว่า มันมาจากไหน เอามาได้ไง 100 ล้านใน 1 วัน บ้าไปแล้ว ธนาคารเขาไม่โง่หรอกค่ะ หล่อนต้องมีเงินวางไว้นานพอ เช่น 6 ้เดือน ถ้ามันยังเป็นเงินที่แน่นิ่งตายห่าในคลังมหาสมบัติแบบนี้เขาก็แน่ใจอยู่แล้วค่ะว่าเป็นเงินหล่อน (คงไม่มีใครให้ 100 ล้านมาวางไว้ในบัญชีคนอื่นนานๆหรอก ยืม 1 อาทิตย์ยังเสียวไม่คืนเลย) การที่หล่อนใช้บัญชีธนาคารและมีการเคลื่อนไหวเข้าออกเสมอ เจ้าหน้าที่เขาก็จะรู้จักหล่อนโดยปริยายว่า อิคนถือบัญชีนี้มันมีลักษณะการใช้เงินอย่างไร เงินเข้าบ่อยไหม เข้าทีเท่าไหร่ เงินออกบ่อยไหม แล้วเขาก็จะวิเคราะห์ออกมาว่าคนนี้ควรหรือไม่ควรปล่อย ถ้าหล่อนไปสมัครกับธนาคารที่ไม่รู้จักหล่อนเลยก็เหมือนอยู่ๆมีใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาถามหล่อนว่า ยืมเงินหน่อยได้ป๊ะ! หล่อนจะให้ยืมหรอค่ะ แต่ถ้าเป็นอิเพื่อนที่เรารู้จักและประวัติการยืมดีและเรารับรู้ได้มันก็น่าให้ยืมมากกว่า ชิมิ ส่วนบางคนถามว่า แล้วหุ้นล่ะเอามาเป็นหลักประกันได้ไหม? ตามที่ผัวเก่าเคยบอกมาก็คือ ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากหุ้นมันเสื่อมมูลค่าไปมาได้ อยู่หล่อนซื้อหุ้น 3 สลึงมา 100 ล้านแล้วราคามันตกลงเหลือ 1 สลึง หายไป 60 ล้าน ธนาคารนี่แม่มปรับแนวไปไม่ถูกเลยค่ะ สิ่งที่หล่อนจะเอามาเป็นหลักประกันได้ก็คือเงินสด หรืออะไรที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีและสภาพคล่องสูงอย่างพวกกองทุนตราสารหนี้ก็อาจจะพอไหวนะคะ แต่หล่อนก็ต้องถามพนักงานแบงค์สวยๆหน้าเค้าเตอร์อีกที ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารด้วย

4. เตรียมหลักฐานให้ครบค่ะ ก็ไม่มีอะไรมาก แสดงหลักฐานความเป็นตัวเราและรายได้นะคะ ไม่ต้องเยอะขนาดเอาสูจิบัตรและทะเบียนสมรสของพ่อแม่มาให้ดูให้ดูว่าหล่อนมีดวงตกฝากเป็นอย่างไร มีพ่อมีแม่จริงไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่แบบโมโมทาโร่ หลักๆก็

บัตรประชาชนให้ถูกต้องนะคะ หล่อนสมัครเองก็ใช้ชื่อหล่อนไม่ใช่เอาบัตรประชาชนผัวมาสมัคร
สำเนาทะเบียนบ้าน ซึ่งหล่อนต้องอยู่บ้านนั้นนะคะ ไม่ใช่จะโชว์ว่ามีคอนโด 100 ล้าน แต่ไม่มีชื่อหล่อนอยู่ในนั้น มโนแบบนี้ไม่ได้ค่ะ
เอกสารรายได้ เอาพวกที่สามารถตรวจสอบได้นะคะ เช่น สำเนาหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ใช่ใบเสร็จปลอมๆ เดี๋ยวจะโดนสรรพากรก่อนเปิดบัตรค่ะ
เงินในบัญชีค่ะ เอาย้อนหลัง 6 เดือน สำหรับคนที่ฝังเงินไว้ในตุ่มกรุณาเอามาฝากบัญชีก่อนนะคะ
อะไรที่เป็นหลักฐานทั้งหลาย เช่น บัตรเครดิตที่มีใบอื่นก็เอามาเป็นเรฟเฟอเร้นส์ได้นะคะ
กรณีที่หล่อนเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวหล่อนก็เอาหลักฐานความเป็นเจ้าของมาแจ้งด้วยค่ะ

อันนี้ก็พอเป็นไกด์ไลน์เบื้องต้นได้ หล่อนก็ลองดูแล้วกันค่ะ ไม่แน่ใจก็ไม่ต้องโทรถามเจ๊นะคะ ติดต่อกับเค้าเตอร์ธนาคารหรือ Call Center ได้เลย เจ๊ไม่ขอลงเบอร์ธนาคารใดๆไว้ในหน้า Blog นี้นะคะ ถ้าหากอยากให้เจ๊ลงเบอร์ลงโฆษณาให้ก็ติดต่อนังน้องหมี CEO ค่ะ (หาเงินสุดริดแบบเลิศๆ) ใครโพสโฆษณาขายของใน Comment เอง เจ๊จะส่งนังเลขาไปเก็บตังค่าโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต #แอร้ยยย #โหดสัสไหมคะ

5. อยากได้เร็วๆต้องโทรจิกค่ะ อ่ะ!!! ก็เรื่องจริงนิค่ะ หล่อนอยากได้ไวไวหล่อนก็ต้องโทรจิกว่าได้ยังๆๆๆๆ แต่กรุณจิกอย่างสุภาพกับเจ้าหน้าที่ธนาคารนะคะ ประมาณว่า “คุณพี่ข๋าาา ได้บัตรยังค๊าาาา นู๋เป็นกำลังใจให้คุณพี่ออกบัตรเครดิตให้นู๋เร็วๆนคะ” อย่าไปด่าพนักงานแบบ “คุณทำงานภาษาอะไร ชักช้าชะมัด นี่เจ้านายคุณชื่ออะไร จะร้องเรียน” คือแบบพนักงานเขาก็ต้องใช้เวลาในการอนุมัตินะคะ การกดดันด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี มันไม่ได้ทำให้หล่อนได้บัตรเร็ว เป็นเจ๊ จะเอาไว้คิวสุดท้ายค่ะ ข้อหาเป็นมนุษย์ป้า เยอะเกิน! ถามเขาดีๆว่าถึงไหนแล้ว ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหม หล่อนทำตัวน่ารักๆ เดี๋ยวพนักงานก็จะน่ารักกลับมากับหล่อนเช่นกันค่ะ หวังว่าจะได้รับความไร้สาระของแง่มุมการสมัครบัตรฯ ให้อนุมัติได้เร็วๆนะคะ เจ๊ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ต้องการมีบัตรแต่ไม่ได้รับการอนุมัติซักที สู้ๆค่ะ